งานท้าวเทพฯ
posted on 18 Mar 2008 16:20 by zarawut in TalonTours
งานประจำปี อ.ถลาง หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามงานท้าวเทพฯ จัดขึ้นทุกปีแถวลานใกล้ๆบ้านผมเอง และทุกปีผมก็ต้องเจอกับเสียงลำโพงสารพัดเวทีและร้านค้าที่แข่งกันบิดวอลลุ่มอย่างบ้าคลั่งไปจนตีหนึ่งตีสอง เป็นที่เสียสุขภาพจิตแก่คนระแวกนั้นไปเป็นเวลาเก้าวันเต็ม และที่ทำให้เสียสุขภาพจิตยิ่งไปกว่านั้นคือ ตลอดเก้าวันที่จัดงานจะต้องเสียอารมณ์กับคนที่มาจอดรถขวางประตูทางเอารถเข้าบ้านผม ซึ่งไม่ว่าจะปิดป้ายบอกยังไงก็ยังมีไอ้บ้าไร้การศึกษาสักคนที่ไม่เคยสนใจ "กรูจะจอดใครจะทำไม" ก็ได้แต่เขียนสรรเสริญใส่กระดาษแปะไว้หน้ารถมัน ก่อนที่จะต้องพยายามแก้สนุ๊กด้วยการไปปีนฟุตบาทมาจากหน้าบ้านอื่นบ้าง หาทางเข็นรถที่จอดขวางออกไปบ้าง(แต่ส่วนใหญ่มันจะใส่เบรคมือ ไม่ก็ใส่เกียร์ไว้) อย่างแย่สุดก็ต้องหาที่จอดพักรอจนกว่าไอ้คนจิตเสื่อมนั่นจะกลับมาเอารถ บางรายกลับมาเห็นก็ขอโทษดี แต่บางรายมันแสดงสันดานเสื่อมยิ่งกว่า ผิดยังไม่ยอมรับยังมาแสดงอาการกร่างชวนให้เอาตีนลูบหน้าเกือบได้วางมวยกันไปก็มี อันนี้เป็นความซวยของคนมีบ้านใกล้สถานที่จัดงาน
ปีนี้ผมคงไม่ต้องจะรบรากับพวกสันดานเสื่อมพวกนี้มากนักเพราะวันธรรมดาผมนอนที่ร้าน แต่ก็เจอไปแล้วสองรอบตอนกลับบ้านเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา คราวนี้ยังดีหน่อยที่มันจอดเว้นช่องไว้แบบแบบปราณีแค่พอดีคัน พอดีขนาดต้องพับกระจกข้างเลยทีเดียวซึ่งนั่นผมก็ต้องตีวงเลี้ยวมาจากกลางถนนถึงจะเลี้ยวได้ เป็นที่ลุ้นระทึกอะดรีนาลีนไหลหลั่งเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะโดนรถมาเสยกลางลำก่อนทำสำเร็จหรือไม่?
เมื่อวานไม่ได้เปิดร้านเพราะต้องไปนั่งให้กำลังใจเจ้ารุทมันเนื่องในโอกาสช้ำรักและเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้มันมาบอกเลิกทำร้านกับผม หลังจากนั่งขู่นั่งปลอบมันร่วมกับเพื่อนอีกสองสามคนเรียบร้อยก็แยกย้ายกันกลับ ตัดสินใจกลับไปนอนบ้าน ก็เลยได้โอกาสนี้ไปเดินเล่นในงานดูเสียหน่อย ปีนี้มีไฮไลท์แตกต่างจากทุกปีตรงที่มี "มอเตอร์ไซต์ไต่ถัง" ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางงาน
ครั้งสุดท้ายที่ได้ดูเจ้ามอเตอร์ไซต์ไต่ถังจำได้ว่านานมาก ตั้งแต่สมัยหัวผมยังโผล่จากราวกั้นไม่เท่าไหร่ เป็นความทรงจำอันแสนเลือนรางเต็มที เดินมาถึงหน้าถังก็พบกับโต๊ะขายบัตร กับจอ LCD โชว์ภาพที่เคยออกรายการทีวีฉายวนไปวนมา ไฮโซไม่เบา เด็กยี่สิบ ผู้ใหญ่สามสิบ คือราคาที่ประกาศออกไมค์ สลับกับการร้องเชิญชวนให้ขึ้นไปเสียวด้วยกัน ก็ตรงเข้าไปซื่อตั๋วกระดาษใบเล็กๆเอาไปยื่นให้กับคนเฝ้าบันได พาเอาตัวเองปีนขึ้นไปยืนบนแผ่นเหล็กโค้งรอบๆปากถังมีหลังคาเต้นท์สีเหลืองน้ำเงินคลุมไว้อีกที มาครั้งนี้หัวผมมันสูงเลยเพดานเต้นท์ไปซะแล้วต้องเดินแบบก้มๆคอย่นๆเป็นที่น่าสังเวชแก่ผู้พบเห็น ผมขึ้นไปเป็นคนแรกๆยังไม่มีคนมากนัก ก็เดินสำรวจรอบๆถังก็พบว่า มันโคตรจะเก่าเลย ไม้กระดานแตกหัก หลุดไปก็หลายชิ้น โครงสร้างเหล็กถูกยึดไว้แบบแกนๆ น๊อตเก่าๆโทรมๆ สนิมเขลอะ น่าหวาดเสียวไม่ใช่น้อย ยิ่งนึกถึงตอนที่รถยนต์มันไต่กระจายน้ำหนักบวกกับแรงเหวี่ยงไปรอบๆถัง "โอ้ว . . .เสียวว๊อยย"
หลังจากเดินถ่ายรูปไปรอบๆปากถังได้ร่วมยี่สิบนาที ผู้คนเริ่มขึ้นมายืนท้านรกกันมากขึ้น กะด้วยสายตาแล้วไม่ต่ำกว่าห้าสิบชีวิต ภายในถังด้านล่างยังคงเงียบ มีเพียงรถยนต์สีแดงแปร๋ดกับมอเตอร์ไซต์วิบากคาวาสีเขียวอื๋อจอดสงบนิ่งอยู่ใต้หลอดไฟแค่สามดวง ทำให้แสงภายในตัวถังไม่ค่อยจะสว่างนัก (จริงๆมีสี่ดวงแต่ขาดไปแล้วหลอดนึงยิ่งพาให้ภายในถ้งมืดมนเข้าไปใหญ่) "กรูจะถ่ายติดมั๊ยวะเนี่ย?" ครู่ใหญ่ๆต่อมา ไม่มีการประกาศ ไม่มีสคริปต์ ไม่มีพิธีกร ชายหนุ่มร่างสันทัดกับผู้ช่วยก็เดินอาดๆเข้าประตูถัง ตรงไปสตาร์ทมอเตอร์ไซต์ บิดไต่รอบถังไปสี่ห้ารอบ แล้วลงไปปล่อยรถให้ผู้ช่วยจูงไปจอดที่เดิม หันไปสตาร์ทรถยนต์ขับไต่ขึ้นมาอีกสี่ห้ารอบเสร็จแล้วก็จอดที่เดิม แล้วก็พากันเดินออกจากถังไปอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งพี่แกเดินเข้าส้วมมาปลดทุกข์กดน้ำเสร็จแล้วเดินออกก็ไม่ปาน แล้วทุกอย่างในถังก็กลับสู่สภาพเดิม ผู้ชมเริ่มทยอยเดินลง
อย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน
"เฮ้ย! ทำไมไวนักวะ ไหนที่ประกาศบอกว่าคุณจะได้พบกับการแสดงลุ้นระทึกยาวนานเต็มอิ่มไง" อยากจะไปถามคนขายตั๋วด้วยประโยคนี้เหมือนกันแต่คิดอีกทีไม่แหล่ะดีแล้วเพราะนอกจากเสี่ยงโดนตีนแล้ว การยืนอยู่บนแผ่นเหล้กสนิมเขลอะบนปากขอบถังที่สะเทือนโคตรๆตอนรถยนต์วิ่งผ่าน มันดูไม่ค่อยปลอดภัยกับชีวิตสักเท่าไหร่ ตอนรถยนตร์ผ่านนี่ทำเอาเซถึงกับต้องหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเลยทีเดียว อย่าว่าแต่ยืนถ่ายรูปเลยแค่ยินเฉยๆก็ขาสั่นแล้ว ก็ถ่ายไม่ค่อยจะได้อย่างที่คิดเพราะแสงน้อยเกินไป มอเตอร์ไซต์ก็เลยเป็นแค่ภาพถ่ายวิญญาณ สีเขียววูบวาบ จะเปิดแฟลชก็กลัวคนขับแกตกใจหักรถทะลุหลังคาขึ้นมาเดี๋ยวจะยุ่งไปกันใหญ่ ก็เลยเดินลงไปสำรวจรอบๆงานมองหาความแปลกใหม่อื่นๆในงาน ก็พบว่างานปีนี้ดูกร่อยกว่าปีที่แล้วเสียด้วยซ้ำ ยังคงเป็นงานรวมซุ้มปาลูกดอก ตั้งขวด บิงโก ตักไข่ เหมือนทุกปี ขาประจำอย่างชิงช้าสวรรค์ปีนี้มาแค่เจ้าเดียว รถบัมพ์ ม้าหมุน รถไฟเหาะที่ดูเหมือนรางจะยาวกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย ที่มาใหม่แต่ดูเสื่อมๆอีกอย่างก็คือบ้านผีสิง ที่ดูจากข้างนอกแล้วคนเฝ้าข้างนอกดูจะน่ากลัวกว่าสิ่งที่อยู่ข้างในเสียอีกเลยไม่ลองดีกว่า ปีนี้ไม่มีสาวน้อยตกน้ำแฮะ ท่าทางจิ๊กโก๋แถวนี้จะผิดหวังกันไปตามระเบียบไม่มีสาวๆให้รังแกเหมือนทุกปี
ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ไก่ทอด แมลงทอดฯลฯ ก็ยังคงเหมือนทุกปีและเหมือนงานแบบเดียวกันนี้ที่อื่นๆ ส่วนคอนเสิร์ตบนเวทีไม่ต้องพูดถึงเพราะผมไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคนจัดงานอยู่แล้ว แต่ก็คงไม่โดนใจขาโจ๋แถวนี้สักเท่าไหร่ สังเกตุจากลานเบียร์หน้าเวทีมีผู้คนค่อนข้างบางตา ก่อนเดินกลับก็แวะซื้อไส้กรอกอีสานไปยี่สิบบาท กลับก็ไปนอนจิ้มกินเล่นเคล้ากับเสียงลำโพงเซอร์ราวด์แข่งกันเปิดในงานจนหลับไป
...............................
ไม่ได้ไปงานแบบนี้มานานแล้ว
ทำให้คิดถึงสมัยเด็กๆเหมือนกันนะคะ
#1 By แพร (61.7.150.185) on 2008-03-19 08:54