ทัวร์พิพิธภัณฑ์

posted on 11 Apr 2008 15:07 by zarawut  in TalonTours

ดองบล๊อกมาหลายวันเพราะมัวแต่ไปวุ่นวายกับงานแต่งงานน้องสาว ในที่สุดบ้านผมก็ขายออกหมด ยกเว้นผมคนเดียวที่เซลล์แล้วเซลล์อีกยังไม่มีใครรับไปดูแลซักที นอกจากงานแต่งแล้วยังทะลึ่งไปรับงานถ่ายรูปทำโบรชัวร์ให้โรงแรม ทั้งๆที่ยังไม่เคยรับงานแบบนี้มาก่อนเลย แต่บังเอิญเพื่อนที่เป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์มันเป็นคนรับงาน แล้วหาคนถ่ายให้ไม่ได้ก็เลยมาเรียกผมให้ไปลองดู "พี่ไม่ต้องคิดมาก ถ่ายให้ชัดก็พอเดี๋ยวผมเอาไปรีทัชเอง" ด้วยความใจง่ายก็เลยตกปากรับคำไป ที่ซวยก็คือ วันที่ต้องไปถ่ายโรงแรมกับงานแต่งน้องสาวมันดันติดกันพอดี จากที่เคยออกทริปถ่ายรูปเฮฮากับสมาชิกร่วมก๊วน ก็ไม่เคยรู้สึกว่าการถ่ายรูปนี่มันจะเหนื่อยอะไรมากมาย มาเจองานนี้เข้าไป ถึงกับเดี้ยงเสร็จงานปุ๊บ สลบเหมือดเป็นตาย ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเหมือนไปฝึกภาคสนาม รด. มาก็ไม่ปาน

วันถัดมาก็ต้องแหกขี้ตาตื่นมาแต่เช้าเพื่อถ่ายงานแต่งน้อง  ดีหน่อยตรงที่ส่วนของงานเลี้ยงน้องจ้างเวดดิ้งสตูฯมาถ่ายให้ ผมก็แค่ถ่ายพิธีหมั้นช่วงเช้าแล้วก็ไปเก็บแคนดิดในงานเอาอย่างเดียว แต่แค่นั้นก็เล่นเอาเดี้ยงไม่เป็นท่า ไหนจะต้องแบกน้ำหนักเลนส์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกสองตัว แฟลชอีกหนึ่ง กระเป๋ากล้องก็เปลี่ยนเป็นใบใหม่ รวมๆแล้วหนักขึ้นมากเก่าสองเท่าเห็นจะได้แบกทีไหล่แทบทรุด

 

 

เสร็จจากงานถ่ายรูปมาราธอนอาทิตย์ถัดมาก็เลย หากิจกรรมบ่อนทำลายกล้ามเนื้อกันอีกรอบ ด้วยการไปยุเจ้าศักดิ์สมาชิกร่วมแก๊งซื้อ นินเทนโด้ Wii แล้วมันดันยุขึ้น ซื้อเสร็จก็ขนยกแก๊งกันไปต่อเล่นกับพลาสม่า(ที่ยังผ่อนไม่หมด)ที่บ้านผม คืนนั้นบ้านผมเลยกลายเป็นสปอร์ทคลับ ชกมวย ตีแบด โยนโบล์ เบสบอล กันเกือบเช้า เดี้ยงกันไปทั้งแก๊ง เช้าขึ้นมาตามกำหนดการเดิมตั้งใจจะไปตระเวณถ่ายรูปแบบเรื่อยเปื่อยกัน เนื่องจากเจ้าศักดิ์ติดใจกับการถ่ายรูปที่ผมลากมันไปด้วยเมื่ออาทิตย์ก่อน บวกกับผมมีกล้องสำรองอยู่ก็เลยให้มันเอาไปลองถ่ายเล่นดู  โดยมีเจ้ากิตทียังไม่หายเห่อหนอน 400D กับชุดแต่งรุงรังยังกะแมงกาไซต์เด็กแว้นหนีแฟนมาร่วมทริปด้วย กว่าจะแซะตัวออกจากที่นอนกันได้ก็สายโด่ง ที่กะจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นก็เป็นอันอดไปตามระเบียบ

ด้วยความไม่รู้จะไปไหน ตัวเลือกที่ง่ายสุดก็คือหลังบ้านผม(อีกแล้ว) ซึ่งก็คือ พิพิธภัฑณ์สถานแห่งชาติถลาง สารภาพตามตรงว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดมาร่วมสิบกว่าปี แต่ผมยังไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปเลย ถึงแม้จะห่างกันแค่รั้วกำแพงและสวนยางเล็กๆกั้น เคยได้ยินคนพูดถึงทั้งในแง่ดีและไม่ดีมาเรื่อยๆ เคยมีเพื่อนเล่นสมัยเด็กทำงานอยู่ในนั้นจนกระทั่งเพื่อนคนนั้นตายไป ผมก็ยังไม่เคยเข้าไปสักครั้ง จนกระทั่งวันนี้ น่าเสียดายที่ทางพิพิธภัณฑ์ไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปทั้งๆที่ เท่าที่เดินดูไม่ค่อยมีอะไรน่าเป็นห่วงถึงขนาดต้องห้ามถ่ายสักหน่อย แถมมุมจำลองบ้านสไตล์ชิโนโปรตุเกส น่าจะทำเป็นจุดให้คนเข้าไปถ่ายได้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นจุดขายดึงดูดให้คนเข้ามาเที่ยวชมเสียด้วยซ้ำ ดีกว่าปล่อยให้ฝุ่นหนาแล้วคนดูได้แต่ยืนมองอยู่นอกรั้วกั้น ซึ่งมันไม่ได้ประโยชน์อะไร ไม่มี Activities อะไรให้คนเข้าชมมีส่วนร่วมเลย หลายๆส่วนจัดออกมาเหมือนกำลังดูงานนิทรรศการโรงเรียน ไม่สมกับชื่อ "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ" เลยแม้แต่น้อย ภาพที่ได้เห็นในพิพิธภัณฑ์ตอนนี้ ประหนึ่งซากอารยธรรมที่รวบรวมอารยธรรมอีกที เพราะมันโทรมมาก อุปกรณ์แทบทุกอย่างใช้ไม่ได้ มีร่องรอยพอให้รับรู้ว่าครั้งหนึ่งที่แห่งนี้เคยมี ตู้คีออสบรรยายพร้อมทัชสกรีน แต่ตอนนี้มันมีแค่"จอดับ"วางสงบนิ่งอยู่เป็นจุดๆ ตู้แสดงหลายๆตู้ไม่มีแม้กระทั่งไฟส่องชิ้นงาน ก็เป็นกันเสียแบบนี้คนก็เลยไม่ค่อยจะสนใจเที่ยวพิพิธภัณฑ์กัน แล้วก็มายัดเยียดกันว่าคนไทยโง่ไม่รู้จักเที่ยวอะไรที่มันเป็นวิชาการ ลำพังค่าเข้าชมคนละสิบบาทคงไม่พอแม้กระทั่งจ่ายเงินเดือนพนักงาน ก็คงต้องผลาญงบประมาณชาติกันไปเรื่อยๆ แทนที่จะคิดจัดระบบใหม่ทำให้น่าสนใจ ดึงดูดคนเข้ามาดูให้เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนประเทศเจริญแล้วเขาทำกัน

หลังจากเซ็งเป็ดกันออกมาจากพิพิธภัณฑ์ ก็ออกไปเดินดูการแข่งขันนกกรงหัวจุก ที่บังเอิญมาจัดกันหน้าพิพิธภัณฑ์วันนั้นพอดี เป็นกิจกรรมบันเทิงที่เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ชาวใต้ (ซึ่งผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยสักกระผีก) เพิ่งรู้จากเจ้าสองคนที่มาด้วยแหล่ะว่า มันเป็นกิจกรรมแฝงการพนันที่เงินหมุนเวียนสะพัดไม่น้อย เป็นที่นิยมกันทุกระดับชนชั้น ตั้งแต่ รปภ ยันนายหัวเจ้าของกิจการ เท่าที่ดูก็น่าจะจริงมีทั้งคนควบแมงกาไซต์ปุเลงๆมือหนึ่งถือกรงนก ไปจนถึงขับบีเอ็มพาลูกสมุนถือกรงนกเดินตาม  "ขนาดยามที่โรงเรียนผมยังเลี้ยงกันคนละสี่ห้ากรง เอาแผ่น CD เสียงนกมาฝากให้ผมไรท์อยู่บ่อยๆ" โอ้ว มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย เป็นโลกที่ผมไม่เคยเข้าไปสัมผัสมาก่อนเลยทีเดียว ก็เก็บภาพบรรยากาศได้ซักพัก พอกรรมการเริ่มประกาศให้ออกมานอกสนามเพื่อเริ่มตัดสิน พวกผมก็เดินออกจากงานหาเป้าหมายต่อไป


เจอช๊อตเด็ดระหว่างทางเลยจอดรถถ่ายไว้

ด้วยความที่เปิดทริปกันด้วยพิพิธภัณฑ์ ก็เลยตัดสินใจกันว่าวันนี้จะทัวร์พิพิธภัณฑ์กัน แต่มานั่งนึกกันก็มีแค่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเท่านั้นที่นึกออก และก็เพิ่งไปกันมาไม่นานก็เลยตกไป เจ้ากิตเลยบอกให้ลองไปพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เพราะได้ข่าวมาว่าเสร็จแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึง ช่างวาดภาพกำแพงมากางเต้นท์นอนกันที่หน้าประตูเลยทีเดียว ก็เลยได้แต่แอบๆเดินดูเขาทำงานนิดๆหน่อยๆ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แอบหนีมาสร้างไว้กลางหุบเขา สถานที่กว้างขวางมีแนวโน้มว่าจะดี เท่าที่ไปเดินสำรวจดูรอบๆ ตัวอาคารทำได้สวยดี ห้องโชว์แต่ละห้องก็ดูเหมือนจะน่าสนใจ ก็คงต้องรอดูตอนเปิดจริงอีกที ก่อนกลับก็ไปถ่ายรูปบ้าๆบอๆกันที่ลานกลางพิพิธภัณฑ์ มีฟ้าสีฟ้าปรี๊ดเป็นแบคกราวด์ ผลัดกันโดดเด้งท่ามกลางแดดเที่ยงไม่เกรงใจสังขาร เป็นที่สังเวชใจแก่ผู้พบเห็น

 หลังจากโดดเด้งเสียเหงื่อ ตัวดำกันได้ที่ ก็เริ่มหิว ตกลงกันได้ว่าจะไปหาอะไรกินที่น้ำตกกะทู้ ที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่กว่าจะได้กินก็ต้องออกแรงกันอีกครั้ง กับการเดินขึ้นไปบนน้ำตก ด้วยเหตุที่ว่าผมจำไม่ได้แล้วว่าน้ำตกกะทู้หน้าตาเป็นยังไงก็เลยอยากจะเห็น หลังจากลากสังขารขึ้นไปจนถึงด้านบนก็พบกับความจริงว่า ตรูไม่น่าเหนื่อยขึ้นมาเลย เพราะมันแทบไม่มีน้ำ อย่าว่าแต่ฉี่ช้างเลย ดีไม่ดีฉี่แมวอาจจะแรงกว่า ก็พากันเดินลงไปหาข้าวกินที่ร้านด้านล่างด้วยความเซ็งก่อนจะกลับไปปิดทริปด้วยการแวะไปนอนที่ร้าน ก่อนที่จะออกไปตีแบดตอนเย็น หมดวันก็หมดสภาพไม่ต่างจากอาทิตย์ก่อนเลย

สรุปว่าแทบไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นทัวร์พิพิธภัณท์ที่อันนึงใกล้พังกับพิพิธภัณฑ์อีกอันที่ยังไม่เสร็จ เลยไม่ค่อยจะมีอะไรมาเล่าเท่าไหร่ มีแต่รูปบ้าๆบอๆเหมือนเดิม -_-'

 

 

 

เจ้าของเครื่อง Wii ที่ทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน

สะพานตรงน้ำตกกะทู้ได้ดอกไม้สีแดงแปร๋ดตัดกับสีเขียวกับฟ้า ถ่ายออกมายังกะอยู่ญี่ปุ่น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อย่าลืมมาไทหัวนะเค้าเปิดเป็นพิพิธภัณฑแล้ว วงเล็บว่าจอดับเหมือนกันคะ น่าเศร้าพานักเรียนไปชม เปิดประตูไว้ไม่มีคนเฝ้า ไม่มีอะไรเลยจอดับsad smile

#1 By Duoartists in phuket on 2008-04-11 18:33

ภาพสวยเหมือนเดิมHot!

#2 By doggiestyle on 2008-04-11 18:49

ไม่ เห็นมา ชวน เลยอ่าเฮีย
ทริป หน้า อย่าลืมผมน้อ......
....
....
คำแนะนำ เวลาเจอ จอดับ ให้ ถอยห่าง sad smile
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#3 By on 2008-04-12 00:27