ตามหวันไปปันหยี
posted on 13 Jun 2008 09:38 by zarawut in TalonToursเผลอแป็บเดียว ดองบล๊อกมาเป็นเดือนเสียแล้วเรา ช่วงเดือนที่ผ่านมาไอทีอีกคนโดนส่งไปทำงานฮ่องกง (ที่ตรูไม่เคยได้ไปซักที) จากที่เคยนั่งว่างๆสบายๆก็เลยกลายเป็นเดือนนรกแตก เดี๋ยวคนนั้นพรินท์ไม่ออก เดี๋ยวคนนี้เปิดไฟล์ไม่ได้ เจ้านายก็ดันทะลึ่งมาจัดออฟฟิซใหม่ย้ายห้องสลับแผนกกันวุ่นวายไปหมด ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเลยต้องวิ่งวุ่นไปทั่วออฟฟิซหน้าเป็นตูดอยู่คนเดียว พอจะได้ว่างคอมตัวเองก็ดันมาฮาร์ดดิสค์เดี้ยงอีก นี่ปีนี้ผมทำบุญน้อยไปใช่มั๊ยเนี่ย ถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนได้แบบนี้ T_T
สวรรค์ก็ไม่ใจร้ายกับผมนัก คงรู้ว่าผมเหนื่อยก็เลยบันดาลให้อีกออฟฟิซหนึ่งที่ผมไปรับจ๊อบตอนวันเสาร์เลิกจ้างผมซะดื้อๆ (แสร่ดดด!!!) เลยได้พักเหนื่อยสมใจแต่รายได้หายไปหลายพัน T_T ก็เลยมีเวลาว่างออกไปทำนั่นทำนี่ ได้ไปออกทริปถ่ายรูปแบบค้างคืนหลังจากที่ไปไม่เคยได้เพราะติดงาน ทริปแรกที่ได้ไปก็คือ เกาะปันหยี
เกาะปันหยี ในความทรงจำ ปรกติก็ไปแค่นั่งเรือหางยาวทัวร์อ่าวพังงาแบบไม่กี่ชั่วโมง เพิ่งจะมีโอกาสได้ค้างก็คราวนี้ เพิ่งรู้ว่าบนนั้นมีบังกะโลด้วย ค่าเสียหายคืนละแค่สามร้อยนอนได้สองคน เป็นห้องพัดลมเล็กๆ มีแค่เบาะพัดลม และไฟหนึ่งดวงพอให้ใช้ซุกหัวนอนได้ ห้องน้ำรวม หน้าห้องก็เป็นร้านขายของที่ระลึกกับร้านอาหาร ไปกันเย็นๆวันเสาร์ไปถึงก็ตระเวณถ่ายรูปในหมู่บ้านตอนช่วงใกล้พระอาทิตย์ตก ถ่ายเสร็จก็ไปนั่งกินไปคุยไปที่ร้านกาแฟในหมู่บ้าน แล้วก็แยกย้ายกันทำกิจกรรมตามอัธยาศรัย ผมไปนั่งหย่อนเบ็ดสายมือกับสมาชิกในกลุ่มอีกสองสามคนที่โป๊ะหน้าที่พัก ไม่ได้ปลาซักตัว แต่ทิดบอยซัดไปซะห้าตัวรวด ทำบาปไม่ขึ้นจริงๆเรา
เช้าขึ้นมาก็โดนเรียกตั้งแต่ยังไม่ตีห้าขึ้นมาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นที่โป๊ะหน้าบังกะโล อ่าวพังงาตอนเช้านี่มันบรรยากาศดีมากๆ หมอกจางๆที่ภูเขาลิบๆตา ถูกย้อมด้วยสีร้อนๆของพระอาทิตย์ยามเช้า ถ้าคนอยู่เมืองเห็นแต่ตึกทุกวัน มาเห็นแบบนี้ก็คงตายไปเลย
หลังจากควาญหาคนขับเรือจนเจอ ก็เหมาลำออกไปทั้งคณะตระเวณลัดเลาะไปตามป่าชายเลนในอ่างพังงา ได้เห็นความอลังการของภูเขาหินปูนอย่างใกล้ชิด ไปลอดถ้ำเล่นมาสองถ้ำ แล้วก็ไปแวะถ้ำพญานาค อดีตแหล่งท่องเที่ยวที่ตอนนี้ไม่ได้ถูกบรรจุลงในเมนูทัวร์เพราะ สภาพผนังถ้ำค่อนข้างทรุดโทรม มีมือดีไปเขียนผนังเสียจนหาภาพเขียนโบราณของเดิมไม่เจอ เปิดให้ใครมาเที่ยวก็คงอายเขาเปล่าๆ มีร่องรอยหินถล่มอยู่กลางถ้ำ คงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ไม่มีคนมาเที่ยวที่นี่ (อีกสาเหตุคือผมว่ามันห่างไกลจากจุดท่องเที่ยวอื่นๆค่อนข้างมาก) สภาพถ้ำก็เริ่มกลับไปสมบูรณ์อีกครั้งมีต้นไม้ ใบหญ้างอกงามให้เห็น และยุงชุมโคตรๆ เดินกันได้ซักพักก็ตัวแดงเป็นจ้ำๆ เผ่นกลับลงเรือแทบไม่ทัน
ก่อนที่จะจบการทัวร์อ่าวพังงาด้วยเขาพิงกัน หรือฝรั่งรู้จักในนาม James Bond Island ที่ปู่โรเจอร์ มัวร์เคยมาตื๊บเหล่าร้าย ระเบิดภูเขาเผาฐานทัพลับกันเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยมีเขาตะปูเป็น Landmark ของเกาะ สภาพกี่ปีเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ที่มีเพิ่มขึ้นมาคือท่าจอดเรือกับออฟฟิซเก็บค่าขึ้นเกาะที่สร้างไว้เป็นล่ำเป็นสัน ก็เดินเล่นดูนั่นดูนี่ได้ซักพัก วันนี้ไม่ค่อยมีสาวๆเอเชียให้เหล่เท่าไหร่ พอไม่รู้จะทำอะไรกันแล้วก็หันหัวเรือกลับเกาะปันหยี ไปซัดซีฟู๊ดกันจนพุงกางที่บังกะโล (มาเห็นราคาทีหลังลมแทบใส่) พอพุงเริ่มตึงบางส่วนก็ออกไปถ่ายรูปไลฟ์ของชาวเกาะกันต่อ ส่วนผมตอนแรกกะจะนอนย่อยซักพักค่อยตามไป ไปๆมาๆ ตื่นอีกทีตอนเขาจะขึ้นเรือกลับแผ่นดินใหญ่กันแล้ว เลยอดไปตามระเบียบ
ทริปนี้จบด้วยความเหนื่อยและโทรมกันเป็นแถว ตอนนั่งรถตู้กลับแทบไม่มีใครคุยกัน มีแต่เสียงกรนเบาๆเป็นระยะๆ รวมๆก็แฮปปี้กันดี เสียแต่ค่าใช้จ่ายต่อคนมันเกินงบไปหน่อย (พลาดตรงเรื่องเช่ารถตู้ กับอาหารทะเลบนเกาะที่ราคาเหมือนอยู่ยอดตึกเลย T_T)
ดูรูปบางส่วนได้ที่ มัลติพลายของผมนะครับ คลิกมี
ปล. หวัน (ภาษาใต้) แปลว่า ตะวัน
ปล2. ขาเมาโปรดทราบ เกาะนี้เป็นเกาะมุสลิม โนสุรา และ โนสุกร
เราว่าที่เกาะ อะไรๆก็แพงขึ้นทั้งนั้นแหละ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ทำใจชินไม่ได้ซักที
#1 By pretty_little_things on 2008-06-13 14:55