น้ำตกโตนไทร
posted on 17 Mar 2008 17:53 by zarawut in TalonToursน้ำตกโตนไทร เขาพระเทว ภูเก็ต
หลังจากไปโดดน้ำทะเลจนหายอยากมาแล้วอาทิตย์ก่อน อาทิตย์นี้ก็เลยเปลี่ยนแนวไปโดดน้ำตกกันบ้าง หลังจากไม่ได้แวะเวียนมาที่น้ำตกโตนไทรเสียนาน ก็พบว่าสถานที่ถูกตกแต่งใหม่เสียจนดูดีขึ้นเยอะ ลานด้านล่างก็ลาดยางอย่างดี น่าลงไปเกลือกกลิ้งให้หินตำหลังเล่น
อะไรก็ดีเสียอยู่อย่างเดียวคือ มันไม่มีน้ำ จะว่าไม่มีมันก็ไม่เชิงเสียทีเดียว มันก็มีในระดับแรงกว่าฉี่ช้างเพียงแค่เล็กน้อย จึงไม่แปลกใจว่าทำไมผู้คนถึงบางตากว่าที่คิด
ปรกติถ้ามากับกลุ่มเล็กๆก็คงจะเดินๆดูกันแค่ด้านล่าง แต่วันนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะขอแช่น้ำตกซักหน่อยเถอะ ก็เลยตัดสินใจปีนกันขึ้นไปด้านบน ซึ่งเส้นทางการเดินยังชวนให้หลงป่าและตกเขาตายอยู่เช่นเดิม ถูกใจคอเดินป่าแบบฮาร์ดคอร์เป็นยิ่งนัก ข้อดีอีกอย่าง คือ พวกฉิ่งฉับทัวร์เฮฮาปาร์ตี้มักจะไม่ค่อยนิยมมากันนักเหมือนน้ำตกบางแปที่อยู่อีกด้านของเขาลูกเดียวกัน เพราะกว่าจะแบกกีต้าร์ ถังน้ำแข็ง ลังเบียร์และกลองชุดขึ้นไปได้คงลำบากและหมดสนุกไม่ใช่น้อย บรรดาฉิ่งฉับทัวร์ขี้เมาทั้งหลายก็เลยได้แต่นั่งมองฉี่ช้างอยู่ด้านล่าง ปล่อยให้ลูกหลานโดดบึงน้ำเขียวๆและดูท่าทางจะลึกไม่ใช่เล่นกันไปตามยถากรรม
หลังจากออกแรงปีนป่าย ห้อยเถาวัลย์ เดินข้ามหุบเขาด้วยสะพานต้นไม้ (พูดให้เวอร์ไปงั้นแหล่ะ) ก็ขึ้นไปเจอกับแอ่งเล็กๆที่พอจะบรรจุชายไทยร่างอ้วนลงไปแหวกว่ายได้สองคน ก็เริ่มปักหลักลงไปแช่น้ำจ๋อมแจ๋มให้พอหายอยาก แต่พื้นดินมีใบไม้ทับถมอยู่ลึกประมาณเข่า เวลาเหยียบทีก็รู้สึกจึ๊กกะดี๋ยฝ่าตีนกลัวจะมีตัวอะไรซ่อนอยู่ใต้นั้น ก็เลยทำให้เล่นน้ำได้ไม่นานก็หันไปคว้ากล้องมาด้อมๆมองๆหามุมถ่ายรูปแทน
เดินหามุมถ่ายรูปด้วยความหรรษาลัลลาได้ซักพัก เจ้ากิตเพื่อนร่วมทริปก็เดินมากระซิบ "ผมว่าผมเห็นงูหว่ะ" ดูจากอาการขาสั่นๆสงสัยมันจะไม่ได้โม้ "สีดำๆตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ สงสัยจะเป็นพี่เห่า" ก็มองหน้ากันเงียบๆ แล้วก็พากันจำกัดพื้นที่การเดินอารมณ์หรรษาหดหายไปพอประมาณ
วันนี้ปัดฝุ่นโอลิมปัสอีห้าร้อย กับเลนส์สามสิบห้ามาโครที่เก็บเอาไว้ทับกระดาษเสียนานหลังจากได้กล้องตัวใหม่มาเชยชม อุตส่าห์เฝ้าตามหาสายซิงค์แฟลชอยู่นานสองนาน จนได้มาเกือบปีแล้วยังไม่มีโอกาสได้เอาไปลองเสียที ก็ได้ลองวันนี้ ก็ปรากฏว่าเป็นชุดแฟลชแยกที่เอาใจยากยิ่งกว่าพริตตี้ บทอยากจะยิงก็ยิงไม่อยากจะยิงก็ไม่ออกซะงั้น เพราะมันไม่ใช่แฟลชของโอลิมปัสแต่เป็นแฟลชแมนนวลแก่ๆ แถมสายต่อก็ซับซ้อนซ่อนเงื่อนหลายชั้นคอนแทคก็หลวมๆแทบทุกชิ้น ต้องคอยจับขยับแล้วก็ถูๆอยู่เรื่อย เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายย้ำถ่ายซ้ำจนกว่าจะได้อย่างใจ ยิงได้แต่โหมดแมนนวล ซึ่งก็ต้องมั่วอีกตามเคย
แมลงกลายเป็นสิ่งหายากไปซะงั้น ทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางระบบนิเวศน์ที่จัดว่าดีที่สุดแล้วในเกาะเสียงน้ำตก เสียงหรีดเรไร ร้องระงมเซอราวด์รอบตัวยิ่งกว่าระบบ THX ในน้ำยังมีลูกกุ้ง ลูกปลาให้เห็นในน้ำ แต่แมลงกลับไม่มีมาเฉี่ยวสายตาเลย ยิ่งมีพี่เห่าที่มาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ทำให้ไม่กล้าบุกป่าฝ่าดงเข้าไปหาก็เลยได้มาแค่ไม่กี่รูป หันไปถ่ายน้ำตก ถ่ายต้นไม้แทน ก็ได้รูปมานิดๆหน่อย พอให้หายอยาก เอาไว้โอกาสหน้าค่อยไปแก้มือใหม่อีกรอบ