Last man standing...
posted on 14 Mar 2008 12:02 by zarawut in rimrua"พี่ผมมีข่าวร้ายจะบอก" ไอ้รุทพูดขึ้นตอนกลับมาถึงร้านเที่ยงคืนกว่า แล้วก็นั่งทำหน้าประหลาดๆ เดาอารมณ์มันไม่ออกว่ากำลังพยายามทำหน้าลำบากใจ หรือว่าปวดขี้กันแน่ ยืนรอให้มันพูดอยู่สามนาทีมันก็ยังไม่เลิกลีลา ก็เลยลากเก้าอี้มานั่งรอ หันไปนั่งดูรายการชูรักชูรสช่วงตอบปัญหาทางบ้านแทน ผ่านไปหลายอึดใจ แล้วมันก็ตัดสินใจพูด ("เออ..กว่าจะพูดออกมาได้ลีลาเยอะฉิบ")
ไอ้รุท : "ผมว่า ผมจะไม่ทำร้านแล้วหล่ะ"
ผม : "......................."
ไอ้รุท :"ผมอยากพักผ่อน"
ผม : "เออตามใจแล้วกัน"
ผมตอบได้แค่นั้นพร้อมๆกับคิดในใจ "กรูว่าแล้ว"
แล้วมันก็เริ่มสาธยายเหตุผล
(ตัวเอียงสีฟ้าเป็นเสียงรำพึงในใจเหมือนนางเอกละครช่องเจ็ด)
"ผมรู้สึกว่าร่างกายมันไม่ไหว พักผ่อนน้อยเกินไป"
"ปิดร้านนอนก็พร้อมกัน แถมมรึงยังตื่นไปทำงานตั้งสิบเอ็ดโมง แต่กรูต้องตื่นเจ็ดโมง กรูไม่โคตรน้อยเลยเหรอเนี่ย"
"คิดอะไรก็ไม่ออก เจ้านายผมก็เริ่มไม่พอใจ"
"กรูก็นั่งหลับที่ออฟฟิซทุกวัน เจ้านายจะไล่ออกอยู่แล้ว"
"เจ้านายก็บอกว่าถ้ายูมาแบบไม่พร้อม ก็ไม่ต้องมาดีกว่า"
"เออ..กรูเข้าใจแล้วว่ามรึงโดนกดดัน"
"วันนี้ผมขี่มอเตอร์ไซต์ไปทำงานก็เกือบชน"
"พอๆกรูเข้าใจแล้ว...."
"เนี่ยที่ขาผมไม่หายเคล็ดมาหลายเดือน เพราะพักผ่อนไม่พอนี่แหล่ะ เลยไปตีแบดไม่ได้"
"เริ่มออกทะเลแล้วมรึง"
"ผมกว่าจะหลับได้ก็ตีสามตีสี่ ผมเป็นคนนอนยาก ผมไม่อยากกินยานอนหลับเหมือนคนอื่นทำกัน"
"กรูรู้แล้ว กรูไม่ได้บังคับมรึงนี่"
"ผมไม่สามารถล้มตัวลงนอนแล้วกรนคร่อกได้"
"อ้าว มรึงจะมาเหน็บกรูทำแมวไรวะ สาดด"
"ตอนพี่นอนกรนคร่อก อยู่ผมยังตื่นอยู่เลย"
"ยัง ยังอีก"
"แล้วผมก็ต้องตื่นพร้อมพี่นั่นแหล่ะ สงสัยเพราะแสงแยงตา"
"มรึงจะบอกว่ากรูทำให้มึงตื่นใช่มั๊ยเนี่ย?"
"แล้วผมก็ไม่เคยได้กินมื้อเช้าเลย ตื่นมาแค่ล้างหน้ายังไม่มีเวลาเลย ต้องเอาโฟมล้างหน้าไปล้างที่ออฟฟิซ"
"ตกลงมรึงตื่นตอนไหนกันแน่วะ"
"แล้วผมมันอารมณ์ศิลปิน อยากทำไรตามอารมณ์"
"เออ กรูเห็นแล้ว...ชัด"
"เรื่องเงินที่ลงไปผมไม่คาดหวังว่าจะได้คืนหรอก"
"อืมม จะเอาจากไหนคืนหล่ะ กรูลงไปมากกว่ามรึงอีกแถมมีดอกเบี้ยเพื่มขึ้นทุกเดือนด้วย"
"ผมผิดเองแหล่ะที่เป็นคนเริ่ม"
"เออ ง่ายดีนะมรึง"
"พี่จะทำต่อไปคนเดียวก็ได้นะ ผมก็อาจจะช่วยได้บ้าง แต่พรุ่งนี้ผมไม่ช่วยนะจะพักผ่อน"
"อืมม รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แสดด"
"บลา บลา บลา"
หลังๆเริ่มหูอื้อแล้ว ไม่ค่อยได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ เพราะเหตุผลมันเริ่มออกทะเลไปเรื่อยๆ ไม่ก็วนกลับไปประโยคเดิม ก็ปล่อยให้พูดไปซักพัก
ผม : "พอละ เข้าใจแล้ว ตอนนี้ไมได้ต้องการเหตุผลแต่ต้องการทางออกว่าจะเอายังไงต่อไป"
ไอ้รุท : ".............."
ผม : "จะให้เซ้งร้านไปเลย หรือว่ายังไง"
ไอ้รุท : "............."
ผม : "เออ งั้นขอเวลาไปคิดก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที"
หลังจากเดินเข้าห้องก็มานั่งรวบรวมใบเสร็จที่กองๆดองไว้ทั้งหมดมานั่งคิดค่าใช้จ่าย สรุปรายรับรายจ่ายคร่าวๆที่ผ่านมาทั้งหมด ก็พบว่าถ้าคิดกันแค่ต้นทุนวัตถุดิบกับรายรับ ทำมาสองเดือนกว่าๆขาดทุนไปไม่มากนักแค่หลักพัน แต่ก็ยังมีวัตถุดิบอยู่ในสต๊อกอีกเพียบ ประเมินแล้วน่าจะเจ๊ามีกำไรนิดหน่อย เงินลงทุนส่วนใหญ่จมไปกับค่าของในร้านกับค่าตกแต่งรวมแล้วร่วมแสน ถ้าจะเลิกร้านแล้วขายออกไป น่าจะได้ราวๆแค่ 1 ใน 4 ของเงินที่เสียไปเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่คุ้มเอาเสียเลยถ้าจะเลือกทางนั้น แต่ถ้าจะเซ้งตอนนี้ก็กำลังเป็นช่วงขาลงของธุรกิจย่านหน้ามหาลัยที่แทบจะไม่มีคนเลยเพราะปิดเทอม ราคาอาจจะโดนกดจนไม่เหลืออะไร ก็คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
ทางเลือกถูกบีบแคบให้เหลือแค่ ทำมันต่อไป โดยมีภาระค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอยู่ที่ 6500++ ต่อเดือน ยังไม่รวมค่าวัตถุดิบที่ ณ ตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 150+- แต่รายรับตั้งแต่ปิดเทอมมาก็เฉลี่ยแล้วได้วันละ 100++ เท่านั้นเอง เท่ากับอย่างเลวร้ายที่สุดผมต้องควักเนื้อราวๆ 8000+- ต่อเดือน ยอดขายต่อวันที่จะทำให้ผมพอจะเจ๊ากับค่าเช่าต้องทำยอดให้ได้ถึง 400++ ต่อวัน ซึ่งเป็นไปได้ค่อนข้างยากสำหรับช่วงปิดเทอม ก็ต้องรอดูต่อไปว่าสองเดือนข้างหน้าจะต้องควักเนื้อไปเท่าไหร่
จากยอดขายเดือนแรกที่ยังเปิดเทอมได้เฉลี่ยวันละ 700+- จากการเปิด 20.00-24.00 แค่สี่ชั่วโมง ถือว่าไม่เลวร้าย หักต้นทุนแล้วกำไรเดือนละ 7000++ และน่าจะดีกว่านี้ถ้าสามารถหาทางเปิดร้านให้เร็วขึ้นได้ ยอดน่าจะทะลุพัน ซึ่งปัญหาคือจะทำยังไง?
ผมมีเวลาสองเดือนที่จะหาทางแก้ปัญหา ให้ร้านอยู่รอดต่อไป
- หาแม่ครัว มาอยู่ร้านช่วงสี่โมงเย็นถึงสองทุ่ม ก่อนที่ผมจะมารับช่วงต่อหลังจากนั้น ในอัตราค่าจ้างที่รับได้ เท่าที่ประเมินดูให้ได้เต็มที่ไม่เกิน 150-200 บาทต่อวัน เท่ากับ 3,500 - 5,000 ต่อเดือน กับการทำงานวันละแค่ 4 ชั่วโมง แต่ปัญหาคือ ทำคนเดียวจะไหวหรือเปล่า?
- จ้าง นศ. 2 คน ทำงาน 4 ชั่วโมง ในราคา 100 บาทต่อวัน ต่อคน อยู่ช่วง สี่โมงถึงสองทุ่ม? เท่าที่หาข้อมูลมา ค่าแรง เซเว่น ชั่วโมงละ 23-35 บาทต่อชั่วโมง ก็น่าจะพอๆกัน แต่งานร้านผมมันต้องชงน้ำกับทำกับข้าว จะทำกันได้หรือเปล่าไม่รู้ ส่วนหลังสองทุ่มให้ผลัดกันอยู่ที่ค่าแรง 25 บาทต่อชั่วโมงช่วยชงน้ำอย่างเดียว
- จ้างแม่ครัว 1 คน กับผู้ช่วย 1 คน เป็นลูกจ้างประจำ ให้เงินเดือน 6,000 - 8,000 แต่ให้อยู่ยาวตั้งแต่ เช้า - สองทุ่ม หลังจากนั้นก็ให้เป็นโอที ชั่วโมงละ 25 บาท
วันนี้ขึ้นต้นด้วยอารมณ์ค่อนข้างจะฮาร์ดคอร์ลงท้ายด้วยเรื่องเครียดซะงั้น ก็ยังคงมีปัญหาใหม่ๆมาให้แก้ได้สม่ำเสมอ ลึกๆแล้วก็รู้สึกว่ามันท้าทายดีว่าเราจะผ่านมันไปได้หรือเปล่า? แต่อีกด้านก็รู้สึกว่าทำไมตรูต้องมาลำบากอะไรขนาดนี้ตอนแก่ด้วยฟร่ะ
PS. รูปไม่เกี่ยวกับเรื่องข้างบน แค่หารูปมาใส่ให้บล๊อกมันกว้างๆจะได้อ่านง่าย พอดีเมื่อวาเอา Tablet มาปัดฝุ่นลองวาดรูปส่งเดชไปเรื่อยๆดู ก็ได้พบกับความจริงว่าเรายังวาดรูปห่วยเหมือนเดิม
PS2. ที่รำพึงแบบฮาร์ดคอร์เนี่ยไม่ได้โกรธรุทมันหรอก แต่ก็มีแอบเซ็งบ้างนิดหน่อย ก็เข้าใจในธรรมชาติตัวมันพอสมควร ไม่ไหวก็ไม่ไหว ไม่ว่ากัน ปัญหามีไว้แก้อยู่แล้ว แต่หนี้แปดหมื่นนี่ดอกมันโคตรจะโหดเลยหว่ะ